วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กลับบ้านเยี่ยมพ่อ


คลิ๊กที่รูปนี้ เพื้อดูรูปทั้งหมดครับ


ช่วงนี้ พอดีมีวันหยุดยาวหลายวัน เลยได้โอกาสพาเด็กๆกลับไปเยี่ยมปู่ ที่บ้านพอก ต.คำไผ่ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร ซึ่งคุณปู่ทองคำ วิริยะพันธ์ ก็มีมะพร้าวนำหอมซึ่งเป็นของชอบของเด็กๆ ไว้ให้หลานๆได้กินซะจนพุงกางเลย

ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้กลับบ้านบ่อยๆ บางที่ปีนึงกลับบ้านไม่ถึง 3 ครั้ง คงต้องพยามกลับไปให้กำลังใจคุณพ่อบ่อยๆ ปีนี้ก็จะอายุ 84 แล้ว โชคดีที่ท่านชอบเข้าวัดเข้าวาเลยทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ได้เห็นหลานๆ ก็มีความสุขมากขึ้นแม้ชั่วคราวก็ยังดี

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

R506 กับ windows7

เนื่องจากโปรแกรมระบาดวิทยา R506 ที่ใช้กันแพร่หลายมีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ดีใน Windows 7
วิธีแก้คือ ยกเลิกหรือปิด User Account Control (UAC) ใน Windows 7
วิธีทำมี 4 วิธีดังนี้ครับ
1. ไปที่ Start Menu > Control Panel > User Accounts and Family Safety > User Account > User Account Control Setting หรือ
2. ไปที่ Start Menu > Control Panel > System and Security > Action Center > User Account Control Setting หรือ
3. คลิกหรือคลิกขวาที่ธงไอคอนที่ Task Bar แล้วเปิด Action Center หรือ
4. ไปที่ Start Menu พิมพ์ MsConfig ใน Start Search เพื่อเปิด System Configuration จากนั้นไปที่แท็บ Tools คลิกเลือก Change UAC Settings แล้วคลิกที่ปุ่ม Launch

เมื่อทำวิธีใดวิธีหนึ่งใน 4 วิธี ก็จะปรากฎ User Account Control Setting ออกมา ให้ทำการเลื่อนแถบเลื่อนไปยังค่าต่ำสุด แล้วคลิก OK รีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อปิดการใช้ User Account Control

ขอบคุณที่มา http://kongchoy.blogspot.com/2010/06/user-account-control-uac-windows-7.html

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รูป นำเสนอรายงานการสอบสวนโรค ที่ระยอง


รูป นำเสนอรายงานการสนอรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานควบคุมโรคที่ 7 จัด ที่ จ.ระยอง คลิ๊กที่รูปนะครับ ดูทั้งอัลบั้ม

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วารสารสุขศาลา ทำรายงานพิเศษ ที่คำเขื่อนแก้ว

วันนี้นับเป็นความโชคดีของผมที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมทีมไปกับ ท่านวิทยา เพชรรัตน์ สสอ.คำเขื่อนแก้ว และอาจารย์คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล แห่งวารสารสุขศาลาที่มาทำรายงานพิเศษเรื่องโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว ที่จริงแล้วอาจารย์คมส์ธนนท์ มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วและไปที่ รพสต.นาเวียง และ รพสต.ดงแคนใหญ่

เริ่มแรกที่ รพสต.นาเวียง มีจุดเด่นเรื่อง สถานบริการลดโลกร้อน โดยมีคุณเครือวัลย์ คนชม เป็นหัวหน้าสถานบริการ ซึ่งต้องยอมรับในแนวคิดที่ฉีกแนว นอกกรอบ เพื่อป้องกัน รักษาโลกและโรค มีใครที่ไหนที่คิดจะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อ ย่อยสลายขยะ แถมยังเอาปัสสาวะไส้เดือนมาทำปุ๋ย สำหรับบำรุงพืชผักสวนครัวอีกด้วย






ส่วนวันนี้ เริ่มที่ รพสต.แคนน้อย ซึ่งโดดเด่นในเรื่อง โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น โครงการบุญประเพณีปลอดเหล้า โครงการชมรมคนรักษ์ปอด และชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ซึ่งมีรางวัลระดับประเทศ ระดับเขตมากมาย จนไม่มีที่จะเก็บโล่รางวัลแล้วละมั้ง...วันที่ไปก็มีทีมงานเจ้าหน้าที่อยูกันครบทุกคน โดยมีคุณมนัชยา กองทำ ผอ.รพ.สต.แคนน้อย และ อสม.เป็นผู้ร่วมให้ข้อมูล







และที่ รพ.สต.ดงแคนใหญ่ ซึ่งเป็นต้นแบบในเรื่องของโรงพยาบาลตำบล ชนะเลิศสถานีอนามัยระดับประเทศ ในปี 2551 จนถึงทุกวันนี้ พัฒนาการของโรงพยาบาลตำบลดงแคนใหญ่ ยิ่งมีมากขึ้นกว่าเดิม ความเข้มแข็งของกองทุนโรงพยาบาลตำบล ความมีมาตรฐานในงานรักษาพยาบาลและวิชาการ ส่งผลให้โรงพยาบาลตำบลดงแคนใหญ่ มีผู้มาศึกษาดูงานตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา วันนี้ผู้ให้ข้อมูลเป็น คุณบัณดิษฐ์ สร้อยจักร เนื่อง ผอ.รพ.สต. มีธุระ จึงไม่ได้อยู่ วันนี้มีน้องๆนักศึกษาจาก ม.ราชภัฏ อุบลราชธานี ซึ่งมาฝึกงานที่ รพ.สต.ดงแคนใหญ่ จำนวน 8 ท่าน มาร่วมต้อนรับคณะด้วย


ปิดท้ายด้วย การไปที่ รพ.สต.สงเปือย ซึ่งพลิกโฉม ทั้งสถานบริการและบุคลากร ซึ่งสถานบริการแห่งนี้ ต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาการที่รวดเร็วมาก ผอ.รพ.สต.สงเปือย คุณป้อมเพชร สืบสอน เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของการพัฒนาสถานบริการแห่งนี้ ซึ่งวันนี้พี่ป้อมพูดได้ยอดเยี่ยมมาก คงเพราะงานทุกอย่างทำมากับมือ คำพูดประโยคหนึ่งที่ว่า "เหนื่อยแค่ไหน ก็มีความสุข ที่ได้เห็นพี่น้องเรามีความสุข มีที่พึ่ง ไม่เจ็บป่วย" ช่างเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงภารกิจของนักสาธารณสุข ที่เราต้องมีหน้าที่ป้องกันการเจ็บป่วย(Illness Prevention)ของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้



ต้องขอชอบคุณ อาจารย์คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล แห่งวารสารสุขศาลา ที่ได้ให้เกียรติ กับทีมสาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว ได้มีโอกาสได้เล่าสิ่งดีๆ เพื่อแลกเปลี่ยนในการพัฒนา และขอบคุณ รพ.สต.ที่เป็นตัวแทนในการให้ข้อมูล ตลอดจนให้การต้อนรับ เป็นอย่างดีครับ



วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สุขศึกษา(Health Education)

สุขศึกษา(Health Education)
พอดีวันนี้เรียนเรื่อง ทฤษฎีในการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็เลยเขียนไว้เผื่อมีคนได้เอาไปใช้ สักทฤษฎีก่อน
แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model)
แนวคิดของทฤษฎีนี้เริ่มแรกสร้างขึ้นจากทฤษฎีเกี่ยวกับ “อวกาศของชีวิต” (Life Space) ซึ่งได้คิดขึ้นครั้งแรกโดยนักจิตวิทยา Kurt Lewin ซึ่งมีสมมติฐานว่าบุคคลจะหันเหตนเองไปสู่พื้นที่ที่บุคคลให้ค่านิยมเชิงบวกและขณะเดียวกันจะหลีกเลี่ยงจากพื้นที่ที่มีค่านิยมเชิงลบ อธิบายได้ว่า บุคคลจะแสวงหาแนวทางเพื่อจะปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อการป้องกันและฟื้นฟูสภาพตราบเท่าที่การปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าเชิงบวกมากกว่าความยากลำบากที่จะเกิดขึ้น จากการปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวบุคคลจะต้องมีความรู้สึกกลัวต่อโรคหรือรู้สึกว่าโรคคุกคามตน และจะต้องมีความรู้สึกว่าตนเองมีพลังที่จะต่อต้านโรคได้ (ประภาเพ็ญ สุวรรณ, สวิงสุวรรณ, 2536) ซึ่งต่อมาโรเซนสต๊อกได้สรุป องค์ประกอบพื้น ฐานของแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพไว้คือ การรับรู้ของบุคคลและแรงจูงใจ การที่บุคคลจะมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงจากการเป็นโรคจะต้องมีความเชื่อว่า เขามีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรค โรคนั้นมีความรุนแรงและมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต รวมทั้งการปฏิบัตินั้นจะเกิดผลดีในการลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหรือช่วยลดความรุนแรงของโรค โดยไม่ควรมีอุปสรรคด้านจิตวิทยามาเกี่ยวข้อ ง เช่น ค่าใช้จ่าย ความไม่สะดวกสบาย ความเจ็บป่วยและความอาย เป็นต้น (Rosenstock, 1974) ต่อมาเบคเกอร์ (Becker, 1974) เป็นผู้ปรับปรุงแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเพื่อนำมาใช้อธิบายและทำนายพฤติกรรมการป้องกันและพฤติกรรมอื่นๆ โดยเพิ่มปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากการรับรู้ของบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติในการป้องกันโรค ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
3.2.1 การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเป็นโรค (Perceived Susceptibility)การรับรู้ต่อโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรค หมายถึง ความเชื่อของบุคคลที่มีผลโดยตรงต่อการปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพทั้งในภาวะปกติและภาวะเจ็บป่วย แต่ละบุคคลจะมีความเชื่อในระดับที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นบุคคลเหล่านี้จึงหลีกเลี่ยงต่อการเป็นโรคด้วยการปฏิบัติตามเพื่อป้องกันและรักษาสุขภาพที่แตกต่างกันจึงเป็นความเชื่อของบุคคลต่อความถูกต้องของการวินิจฉัยโรคของแพทย์ การคาดคะเนถึงโอกาสของการเกิดโรคซ้ำหรือการง่ายที่จะป่วยเป็นโรคต่างๆ มีรายงานการวิจัยหลายเรื่องที่ให้การสนับสนุนความเชื่อต่อโอกาสเสี่ยงของการเป็นโรคว่ามีความสัมพันธ์ในทางบวกกับพฤติกรรมการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เช่นเมื่อบุคคลป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่ง ความรู้สึกของบุคคลที่ว่าตนเองจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคนั้นๆอีกจะมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ การปฏิบัติพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคไม่ให้เกิดกับตนเองอีก (Heinze, 1962; Elling et al.,1960)
3.2.2 การรับรู้ความรุนแรงของโรค (Perceived Severity)เป็นการประเมินการรับรู้ความรุนแรงของโรค ปัญหาสุขภาพหรือผลกระทบจากการเกิดโรคซึ่งก่อให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิต การประเมินความรุนแรงนั้นอาศัยระดับต่างๆของการกระตุ้นเร้าของบุคคลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยนั้น ซึ่งอาจจะมองความรุนแรงของการเจ็บป่วยนั้นทำให้เกิดความพิการหรือตายได้หรือไม่หรืออาจมีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เมื่อบุคคลเกิดการรับรู้ความรุนแรงของโรคหรือการเจ็บป่วยแล้วจะมีผลทำ ให้บุคคลปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อการป้องกันโรค ซึ่ง จากผลการวิจัยจำนวนมากพบว่า การรับรู้ความรุนแรงของโรคมีความสัมพันธ์ในทางบวกกับพฤติกรรมการป้องกันโรค เช่น การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
3.2.3 การรับรู้ถึงประโยชน์ของการรักษาและป้องกันโรค (Perceived Benefits)การรับรู้ถึงประโยชน์ของการรักษาและป้องกันโรค หมายถึง การที่บุคคลแสวงหาวิธีการปฏิบัติให้หายจากโรคหรือป้องกันไม่ให้เกิดโรคโดยการปฏิบัตินั้นต้องมีความเชื่อว่าเป็นการกระทำที่ดีมีประโยชน์และเหมาะสมที่จะทำให้หายหรือไม่เป็นโรคนั้นๆ ดังนั้นการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำก็ขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบถึงข้อดีและข้อเสียของพฤติกรรมนั้นโดยเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ก่อให้เกิดผลดีมากกว่าผลเสีย
3.2.4 การรับรู้ต่ออุปสรรค (Perceived Barriers)การรับรู้ต่ออุปสรรคของการปฏิบัติ หมายถึง การคาดการณ์ล่วงหน้าของบุคคลต่อการปฏิบัติพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของบุคคลในทางลบ ซึ่งอาจได้แก่ ค่าใช้จ่าย หรือผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติกิจกรรมบางอย่าง เช่น การตรวจเลือดหรือการตรวจพิเศษทำให้เกิดความไม่สุขสบาย การมารับบริการหรือพฤติกรรมอนามัยนั้นขัดกับอาชีพหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้นการรับรู้อุปสรรคเป็นปัจจัยสำคัญต่อพฤติกรรมการป้องกันโรค และพฤติกรรมของผู้ป่วยนี้สามารถใช้ทำนายพฤติกรรมการให้ความร่วมมือในการรักษาโรคได้
3.2.5 สิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติ (Cues to Action)สิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติเป็นเหตุการณ์หรือสิ่งที่มากระตุ้นบุคคลให้เกิดพฤติกรรมที่ต้องการออกมา ซึ่ง Becker, Maiman (1975) ได้กล่าวว่า เพื่อให้แบบแผนความเชื่อมีความสมบูรณ์นั้นจะต้องพิจารณาถึงสิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติซึ่งมี 2 ด้าน คือ สิ่งชักนำภายในหรือสิ่งกระตุ้นภายใน (Internal Cues)ได้แก่ การรับรู้สภาวะของร่างกายตนเอง เช่น อาการของโรคหรือ การเจ็บป่วย ส่วนสิ่งชักนำภายนอกหรือสิ่งกระตุ้นภายนอก (External Cues) ได้แก่ การให้ข่าวสารผ่านทางสื่อมวลชนหรือการเตือนจากบุคคลที่เป็นที่รักหรือนับถือ เช่น สามี ภรรยา บิดา มารดา เป็นต้น
3.2.6 ปัจจัยร่วม (Modifying Factors)ปัจจัยร่วม เป็นปัจจัยที่ไม่มีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมสุขภาพ แต่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะส่งผลไปถึงการรับรู้และการปฏิบัติ ได้แก่
3.2.6.1 ปัจจัย ด้านประชากร เช่น อายุ ระดับการศึกษา เป็นต้น
3.2.6.2 ปัจจัยทางด้านสังคมจิตวิทยา เช่น บุคลิกภาพ สถานภาพทางสังคม กลุ่มเพื่อนกลุ่มอ้างอิง มีความเกี่ยวข้องกับบรรทัดฐานทางสังคม ค่านิยมทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นพื้นฐานทำให้เกิดการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคที่แตกต่างกัน
3.2.6.3 ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ความรู้เรื่องโรค ประสบการณ์เกี่ยวกับโรค เป็นต้น
3.2.7. แรงจูงใจด้านสุขภาพ (Health Motivation)แรงจูงใจด้านสุขภาพ หมายถึง สภาพอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการถูกกระตุ้นด้วยเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย ได้แก่ ระดับความสนใจ ความใส่ใจ ทัศนคติและค่านิยมทางด้านสุขภาพ เป็นต้น


ขอบคุณที่มา http://gotoknow.org/blog/benbenblogtheory/115420

การนำไปใช้ในงานวิจัย
เนื่องจากการใช้ทฤษฎีเดียว ในการวิจัย จะขาดความน่าเชื่อถือในการนำเสนอข้อมูล เราควรที่จะมีทฤษฎีอื่นๆที่มีความสอดคล้องกัน เข้ามาเป็นทฤษฎีรองก็ได้ ส่วนการสร้างตัวแปรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการประเมินทฤษฎีรองด้วยหรือไม่ หากต้องการก็ใส่ตัวแปรของทฤษฎีรองและใส่กิจกรรมลงไปด้วย และตั้งวัตถุประสงค์แยกเป็นอีกข้อเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ แต่โดยส่วนใหญ่นิยมประเมินเฉพาะทฤษฎีหลัก
ตัวอย่างการสร้างกรอบแนวคิดการวิจัย
ตัวแปรต้น
โปรแกรมการประยุกต์ใช้ แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม ในการรักษาโรควัณโรค
  • การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเป็นโรค (Perceived Susceptibility)

กิจกรรม การบรรยายประกอบสไลด์ วีดีโอเทป โปสเตอร์ ป้ายนิเทศ

  • การรับรู้ความรุนแรงของโรค (Perceived Severity)

กิจกรรม การนำเสนอตัวอย่าง การบรรยายประกอบสไลด์ วีดีโอเทป

  • การรับรู้ถึงประโยชน์ของการรักษาและป้องกันโรค (Perceived Benefits)

กิจกรรม การนำเสนอตัวอย่าง การบรรยายประกอบสไลด์ วีดีโอเทป อภิปรายกลุ่ม

  • การรับรู้ต่ออุปสรรค (Perceived Barriers)

กิจกรรม การนำเสนอตัวอย่าง อภิปรายกลุ่ม

  • แรงสนับสนุนทางสังคม

กิจกรรม การเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่ร่วมกับผู้นำชุมชน การประชาสัมพันธ์หอกระจายข่าว

v

V

ตัวแปรตาม
พฤติกรรมตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม ในการรักษาโรควัณโรค

  • การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเป็นโรค (Perceived Susceptibility)
  • การรับรู้ความรุนแรงของโรค (Perceived Severity)
  • การรับรู้ถึงประโยชน์ของการรักษาและป้องกันโรค (Perceived Benefits)
  • การรับรู้ต่ออุปสรรค (Perceived Barriers)
  • แรงสนับสนุนทางสังคม

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สอบสวนเห็ดพิษ

























วันนี้ต้องตื่นแต่เช้า เพราะนัดกับพี่บุญทศ ประจำถิ่น เจ้าหน้าที่สอ.ดงเจริญ เพื่อที่ออกไปเก็บตัวอย่างเห็ดส่งตรวจ จากกรณีมีชาวบ้านกินเห็ดแล้วเสียชีวิต 1 ราย
หลังจากเตรียมอุปกรณ์พร้อมเราก็เข้าป่าหาเห็ดที่ได้มาจากการสอบสวนภรรยาผู้ตายบอกไว้ชื่อภาษาอีสาน คือ เห็ดผึ้งอีตู๋ ภาคกลางน่าจะเรียก เห็ดตับเต่า
ต้องขอขอบคุณ คุณอาณัติ ศรีเทา หัวหน้าสถานีอนามัยดงเจริญ
คุณพี่แขก จรรยา ดวงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.ยโสธร และทีมงาน พี่แมน แสนภักดิ์ คุณปรีชา ลากวงษ์ คุณศรีไพร ที่ออกมาช่วยงานครั้งนี้ และดำเนินการส่งเห็ดไปตรวจ





แนวทางการเก็บตัวอย่างเห็ดพิษส่งตรวจ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค


  1. ควรเก็บจากแหล่งหรือพื้นที่เดียวกันกับที่ผู้ป่วยเก็บมารับประทาน

  2. เลือกเก็บดอกที่สมบูรณ์ ดอกยังไม่ช้ำและมีทั้งก้านดอกและราก

  3. ก่อนเก็บเห็ด ควรถ่ายภาพเห็ดไว้ เพื่อประกอบในการพิจารณา ชนิดของเห็ด โดยมีขั้นตอนดังนี้
    3.1 ถ่ายภาพแบบธรรมชาติ
    3.2 กวาดเศษขยะรอบฯ ต้นเห็ดออก แล้วถ่ายภาพด้านบนดอก ด้านใต้ดอก
    และด้านข้างดอก ทั้ง สี่ด้าน และควรมีสเกลบอกความกว้างความยาวของเห็ด แล้วจึงลงมือเก็บ โดยขุดให้ห่างจากลำต้นพอประมาณให้ได้รากด้วย หลังจากนั้นควรปักป้ายเตือนไม่ให้มีการเก็บเห็ดในบริเวณนั้นไปรับประทาน
  4. การนำส่งตรวจ เห็ดที่ส่งตรวจควรมีสภาพสมบูรณ์ มีดอก ลำต้นและราก และขณะนำส่งต้องรักษาสภาพของดอกไม่ให้ช้ำและเน่า โดยห่อดอกเห็ดด้วยกระดาษ ( การห่อด้วยกระดาษจะช่วยไม่ให้ภายในห่อมีความชื้น ซึ่งจะทำให้เห็ดเน่าเร็ว) ทำเป็นถุงหรือเย็บเป็นกระทงให้พอดีกับดอกเห็ด เพื่อไม่ให้ดอกเห็ดเคลื่อนไหว ป้องกันการช้ำ หลังจากนั้นใส่ลงถุงพลาสติก เป่าลมให้ถุงพลาสติกพองแล้วใช้หนังยางรัด และบรรจุ ในกล่องโฟมก่อนส่ง ถ้าส่งถึงห้องปฏิบัติการภายในวันเดียวกัน ไม่ต้องแช่เย็น ถ้าส่งเกิน 1 วัน ให้เก็บเห็ดไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิ 4 – 8 องศาเซลเซียล และควรรักษาความเย็นของเห็ดจนกว่าจะถึงปฏิบัติการ

  5. ส่งตัวอย่างพร้อมใบนำส่งตัวอย่าง ควรมีรายละเอียดบริเวณที่เก็บเห็ด ว่าเห็ดขึ้นในบริเวณใด เช่น บริเวณบ้าน, สนามหญ้า , ในป่าใกล้ต้นไม้ชนิดใด ใกล้จอมปลวกหรือบนชานอ้อย เป็นต้น พร้อมอาการและอาการแสดงของผู้ป่วย เพื่อใช้ประกอบการตรวจยืนยัน ชนิดและพิษของเห็ด
  6. ส่งตัวอย่างมาที่สำนักระบาดวิทยาในวันและเวลาราชการ พร้อมแจ้งล่วงหน้าทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 2590 1779 เพื่อสำนักระบาดวิทยาจะได้ไปรับตัวอย่าง และส่งตัวอย่างไปตรวจที่สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    สถานที่ส่งตรวจ
    สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งอยู่ที่ถนนงามวงศ์วาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เบอร์โทรศัพท์ 02-5798558, 02-5790147

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การใช้โปรแกรม PNPMAN กับNoHDD

การใช้โปรแกรม PNPMAN กับNoHDD MB Asrock m3a785gm-le128

(คำบรรยายยังพิมพ์ไม่เสร็จ เอาแค่นี้คงพอเข้าใจ)